มิตซูบิชิลุ้นมิราจ ดันยอดขายรวม

ตลาดรถอีโค คาร์ ปี 2555 แข่งขันกันอย่างดุเดือด หลังจากมีผู้เล่นหน้าใหม่ 2 ราย เปิดตัวเข้าสู่ตลาด ประกอบไปด้วย มิตซูบิชิ ที่มีกำหนดเปิดตัว มิราจ ต่อสื่อมวลชน วันที่ 20 มี.ค. และ ซูซูกิ จะเผยโฉมรถใหม่ในวันถัดมา ซึ่งจะทำให้วงการนี้คึกคักยิ่งขึ้น และยังช่วยผลักดันตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (อีโค คาร์ รวมบี-คาร์) ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รถกลุ่มนี้ครองสัดส่วนสูงสุดในตลาดรถยนต์นั่ง

 

นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ โรงงานแห่งที่ 3 ซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ชลบุรี ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับโครงการอีโค คาร์ โดยเฉพาะได้เริ่มเปิดสายการผลิต มิราจ เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะให้ผู้บริโภคพร้อมจองได้วันที่ 28 มี.ค. ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี โดยกำหนดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 3.88-5.5 แสนบาท

“ปีนี้รถรุ่นแรกของเราที่จะเปิดตลาด คือ อีโค คาร์ และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ก็เชื่อว่าบรรยากาศการแข่งขันจะรุนแรง เนื่องจากมีหลายยี่ห้อที่ทำตลาดอยู่ในขณะนี้ และก็ไม่เฉพาะอีโค คาร์ เท่านั้น แต่เชื่อว่าบรรยากาศโดยรวมก็จะเข้มข้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากจะมีรถใหม่ๆ จากหลายยี่ห้อเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่ก็จะเป็นผลดี ต่อการผลักดันตลาดโดยรวมให้เติบโต”

นายมูราฮาชิ กล่าวว่า ปีนี้มิตซูบิชิ ตั้งเป้าการขายมิราจเอาไว้เดือนละ 2,000 คัน ซึ่งเท่ากับว่าปีนี้จะมียอดขายประมาณ 20,000 คัน จากระยะเวลาทำตลาด 10 เดือน และหากไม่มีปัจจัยลบอะไรเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำได้สูงกว่าตัวเลขดังกล่าว ในระดับ 2,500 คัน ซึ่งจะมีส่วนทำให้ยอดขายโดยรวมของมิตซูบิชิปีนี้แตะหลัก 1 แสนคัน เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามบริษัทได้ตั้งเป้าเบื้องต้นเอาไว้ประมาณ 9 หมื่นคัน ส่วนปี 2554 ที่ผ่านมา มียอดขายรวม 65,360 เติบโต 65%

หวังส่วนแบ่งตลาดบี-คาร์
สำหรับมิราจ นอกจากจะแข่งขันในตลาดอีโค คาร์ แล้ว มิตซูบิชิ ยังหวังใช้ดึงลูกค้าบางส่วนจากกลุ่มรถ บี-เซ็กเมนท์ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร  (เช่น โตโยต้า วีออส , honda city ฮอนด้า ซิตี้ฯลฯ) ซึ่งเป็นตลาดที่มิตซูบิชิไม่มีสินค้าทำตลาด เนื่องจากตลาดล่างสุดที่ทำตลาด คือ ซี-เซ็กเมนท์ หรือคอมแพคท์ ประกอบด้วย แลนเซอร์ 1.6 ซีเอ็นจี และแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เครื่องยนต์ 1.8 และ 2.0 ลิตร โดยปัจจุบัน แลนเซอร์ 1.6 ซีเอ็นจี เป็นตัวที่ลงมาแข่งกับตลาด บี-เซ็กเมนท์ แต่รถรุ่นนี้กำลังจะออกจากตลาดไปหลังสิ้นปี 2555 นี้

“มิตซูบิชิไม่มีรถบี-คาร์ ทำตลาด และก็จะยังไม่มีในช่วงนี้ ก็หวังว่า มิราจ จะสามารถเข้าไปแทรกตลาดได้บ้างส่วน เราไม่ได้หวังว่าจะชิงได้มากมาย ขอแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย”
และเพื่อเป็นการรับการเปิดตัว อีโค คาร์ มิราจ และเป้าหมายการเติบโตของยอดจำหน่าย มิตซูบิชิ มีแผนที่จะเพิ่มเครือข่ายการจำหน่ายและบริการให้มากขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มให้ครบ 200 แห่ง ภายในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง จากปี 2554 ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 155 แห่ง

ทั้งนี้ เป้าหมายการขายของมิตซูบิชิ ปีนี้ รถที่คาดว่าจะสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้สูงสุด คือ ปิกอัพ ไทรทัน และรถพีพีวี ปาเจโร สปอร์ต รวมกันประมาณ 5,000-7,000 คัน/เดือน และแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 300-400 คัน/เดือน
สำหรับเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มิตซูบิชิมียอดขายรวม 7,243 คัน เพิ่มขึ้น 62% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และเป็นการสร้างสถิติใหม่ แบ่งเป็น ยอดขายปิกอัพไทรทัน 4,736 คัน เติบโต 76% ปาเจโร สปอร์ต 2,137 คัน เติบโต 85.2% ซึ่งถือเป็นตัวเลขยอดขายสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในไทย ขณะที่แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มียอดขายอยู่ที่ 231 คัน เติบโตขึ้น 79.1% และแลนเซอร์ 1.6 ลิตร มียอดขาย 136 คัน ลดลง 65%

นายมูราฮาชิ กล่าวว่า ความต้องการทั่วประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะปาเจโร สปอร์ต และไทรทัน ทำให้ในขณะนี้ บริษัทเร่งการผลิตรถรุ่นดังกล่าว เพื่อให้สามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าให้ได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ก็จะจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายตลอดไตรมาสแรก ด้วยการร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ กำหนดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% สำหรับผู้ซื้อรถถึง 12 เม.ย. และรับสิทธิลุ้นรางวัลทองคำ 3 ครั้ง รวมมูลค่า 10 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีแผนจัดกิจกรรมโรดโชว์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ในอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมทั้งสิ้นมากกว่า 80 ครั้ง

Comments

  • Share this post:
  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • Digg